Weerathep's profilesubject :: packPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    8/15/2005

    คุ๊กกี้

    ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี
    จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง
    ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง
    เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม และคุ๊กกี้ 1 ห่อ
    และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ
    เธอสอดส่ายมองหาที่นั่งได้ 1 แห่ง
    เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้
    เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็นว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่ม
    ซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
    สักครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ
    ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง
    ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง แล้วกินมันอย่างละชิ้น
    เธอมองด้วยความโกรธ
    แต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย เธอจึงทำเป็นไม่สนใจ
    เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา
    ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
    เธอเริ่มโมโหและคิดในใจว่า
    ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....
    ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย
     
    ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น
    ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย
    เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ
    หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น
    ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเองครึ่งชิ้น
    เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า
    เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ
    ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ
     
    เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
    ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวขโมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม
    ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
    เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
    ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้ 1 ห่อ
    เธอตกใจมาก
    ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่ ก็แปลว่า.....
    คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน
    เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
    แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า
    มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง
    เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท
    เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง
     
    มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
    สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการเข้าใจผิด
    มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น
    และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่อหยิ่งของเราเอง
    ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย
    นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
    ลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ควรมองผู้อื่นในแง่ดี
     
    แล้วคอยสังสัยตัวเองว่า...
    เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?

    Comments (1)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Picture of Anonymous
    GirlTear wrote:
    เหมอืนเคยได้ยินเรื่องแนวๆนี้เหมือนกันนะ

    แต่เสือกจำบ่ได้ว่า เอ๊ะ กุเคยได้ยินจากไหนวะ

    ก๊าก ช่างหัวแม่งค่ะ

    ไว้บลิวจะเอาไปผลิตเซลล์แง่ดี ของตัวเองนะคะ

    ป.ล สงสารผู้ชายคนนั้นว่ะแม่ง เกลียดอิหอกนี่ ชิห์ คิดว่าตัวเองสวยเรอะ
    Aug. 15

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://subject2000.spaces.live.com/blog/cns!5CFE6AD14C176016!381.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None